ISRAEL LAND OF GOD อิสราเอล 7 วัน 4 คืน โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (LY)

  • ทัวร์ : Israel [ ประเทศอิสราเอล ]
  • เที่ยวเมือง : Tel Aviv (เทลอาวีฟ)
  • สายการบิน : El Al Israel Airlines
  • Code : GQ3TLV-LY001
  • ประเภททัวร์ : ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 7 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้นที่
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
เทลอาวีฟ | ไฮฟา | นาซาเร็ธ | แม่น้ำจอร์แดน | ทะเลเดดซี | เยรูซาเลม | เจริโก้ | กำแพงร้องไห้ | ถนนเวีย โดโลโรซ่า | เบธเลเฮม
ระยะเวลาเดินทาง
ราคาเริ่มต้น
สถานะ
29 เม.ย. 2563 - 05 พ.ค. 2563
61,900
ติดต่อเรา
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
จำนวนห้อง
ผู้ใหญ่ 1 ท่าน พักเดี่ยว 1 ห้อง(Single room) ราคาท่านละ
0
0
ผู้ใหญ่ 2 ท่านพัก 1 ห้อง ราคาท่านละ
0
0
ผู้ใหญ่ 3 ท่านพัก 1 ห้อง ราคาท่านละ
0
0
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน ราคาท่านละ
0
เด็ก(อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ
0
เด็กไม่มีเตียง (อายุไม่เกิน 12 ปี) พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ
0
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ

20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ ประตู 10 แถว W พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก
23.55 น. ออกเดินทางสู่เมืองเทล อาวีฟ ประเทศอิสราเอล โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (LY) เที่ยวบินที่ LY 082
วันที่ 2

เทลอาวีฟ – เซซาเรีย – ไฮฟา – เมืองอัคโค - นาซาเร็ธ

06.15 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเบนกูเรียล เมืองเทลอาวีฟ (Tel Aviv) ประเทศอิสราเอล (Israel) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) เมืองเทล อาวีฟ ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศอิสราเอล มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 405,000 คน ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ พาณิชย์และการท่องเที่ยว นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และด่านศุลกากร นำท่านเดินทางต่อไปยังทางเหนือสู่เมืองเซซาเรีย (Caesarea) ซึ่งเป็นเมืองเก่ายุคสมัยสงครามครูเสด สร้างโดยกษัตริย์เฮโรดมหาราช เป็นเมืองชายฝั่งริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามและมีความสำคัญเป็นอันดับ 3 ของประเทศ นำท่านชมเมืองท่าเก่าแก่โบราณสมัยโรมัน สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม ชมเสาหินโบราณโรมันและโรงละครโรมันกลางแจ้งมีการออกแบบตามมาตรฐานโรมัน ชมคลองส่งน้ำ (Aquaduct) ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี กษัตริย์เฮโรดมหาราชได้สั่งให้สร้างท่อระบายน้ำระหว่างมหาสมุทรและน้ำบาดาลในเมือง ช่วยให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้ได้ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองไฮฟา (Haifa) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาคาร์เมล (Mt.Carmel) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของเขตไฮฟาที่อยู่ทางด้านเหนือและอยู่ติดกับริมทะเล เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเมืองอันดับที่สามของประเทศ เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของอิสราเอล มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 270,000 คน ซึ่งผสมผสานกันระหว่างพวกยิวและอาหรับ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางของศาสนาบาไฮหรือ บาไฮเวิลด์เซ็นเตอร์ ที่ถูกสร้างเป็นสวนที่สวยงามด้วยงบประมาณ 50 ล้านดอลล่าร์และยังได้ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2008
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองอัคโค (Akko) หรือเมืองเอเคอร์ (Acre) ซึ่งเป็นที่ตั้งมั่นสุดท้ายของนักรบครูเสด นำท่านชมเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2001 เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของบริเวณกาลิลีทางตอนเหนือของอิสราเอล ตัวเมืองตั้งอยู่บนแหละหรือแผ่นดินที่ยื่นออกไปในทะเลของอ่าวไฮฟา เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ของการรบ เพราะมีที่ตั้งอยู่ริมทะเล มีการรบกันหลายครั้ง จนมีการเปลี่ยนผู้ครอบครองนครมาหลายรอบ ทำให้เมืองนี้มีร่องรอยและวัฒนธรรมที่ผสมผสานมากมาย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองนาซาเร็ธ (Nazareth) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างภูเขาที่รวมตัวกันเป็นจุดใต้สุดของเทือกเขาเลบานอนแคว้นกาลิลี เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของพระเยซูคริสต์และเป็นสถานที่ในการเดินทางแสวงบุญของชาวคริสต์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก PLAZA NAZARETH HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

มหาวิหารแห่งการประกาศข่าว – หมู่บ้านคานา – แม่น้ำจอร์แดน – ทะเลเดดซี - เยรูซาเลม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชมมหาวิหารแห่งการประกาศข่าว (Basilica of the Annunciation) ซึ่งถูกสร้างไว้ตรงบ้านพระนางมารีอา เป็นสถานที่ซึ่งนางมารีได้รับแจ้งจากทูตสวรรค์ว่าพระนางจะให้กำเนิดพระเยซู หลังจากนั้นนำท่านเดินต่อไปยังบ่อน้ำที่มีอายุนานกว่า 2,000 ปี เป็นสถานที่ที่พระนางมารีได้เคยมาตักน้ำจากแห่งนี้เอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังหมู่บ้านคานา (Cana Village) เป็นหมู่บ้านที่ซึ่งพระเยซูทรงแสดงอัศจรรย์เป็นครั้งแรกในงานแต่งงาน ซึ่งมีพระแม่มารีมาร่วมงานด้วย โดยทรงทำน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น เนื่องจากเหล้าองุ่นไม่พอที่จะเลี้ยงแขกที่มาในงาน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ริมแม่น้ำจอร์แดน (Jordan River) ซึ่งเป็นสถานที่ทำพิธีบัพติศมาในน้ำ (Baptismal Site of Yardenit) ซึ่งสาวกจอห์นได้ทำพิธีล้างบาป และได้ตั้งชื่อให้ กับพระเยซู ท่านสามารถรับบัพติศมาเพื่อเป็นการระลึกถึง หรือสำหรับผู้ที่เพิ่งตัดสินใจรับบัพติศมา (หากท่านใดสนใจกรุณาติดต่อผู้นำทัวร์ เพื่อประสานงานกับศิษยาภิบาลที่นำคณะ สำหรับการใช้เสื้อคลุม และขอใบประกาศนียบัตร) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี (Dead Sea) ซึ่งเป็นทะเลที่ถูกบันทึกลงใน กินเนสส์บุ๊ค ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ ให้ท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล หมักโคลน และพิสูจน์ความจริงว่าสามารถลอยตัวได้จริงหรือไม่ (การลงเล่นน้ำในทะเลมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่น) (กรุณาเตรียมชุดเล่นน้ำ ผ้าเช็ดตัวรองเท้าฟองน้ำไปด้วย) ได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเยรูซาเลม(Jerusalem) จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO JERUSALEM หรือเทียบเท่า
วันที่ 4

ยอดเขาโอลีฟ – สวนเกทเสมนี – โบสถ์นานาชาติ – ภูเขาไซออน – โบสถ์ไก่ขัน – สุสานกษัตริย์เดวิด - อีน คาเร็ม - อนุสรณ์สถานยาด วาเช็ม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาโอลีฟ (Mt. of Olives) ท่านจะได้ชมตัวเมืองเยรูซาเล็มทั้งหมด จากนั้นนำท่านเดินตามเส้นทางที่พระเยซูเสด็จสู่กรุงเยรูซาเล็มในวันปาล์มซันเดย์ไปยังโบสถ์ปีเตอร์ โนสเตอร์ (Peter Noster Church) เป็นสถานที่พระเยซูทรงสอนให้สาวกรู้จักคำอธิษฐาน “ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย” นำท่านเดินทางไปยังสวนเกทเสมนี (Gatsemane) ซึ่งเป็นภาษาฮิบรูว์ แปลว่า ต้นมะกอก บริเวณสวนนี้มีต้นมะกอกเก่าแก่อยู่ 8 ต้น ที่เชื่อกันว่าเป็นรากเดิมของต้นมะกอกในสมัยพระเยซูเจ้า ซึ่งมีอายุประมาณ 2,000 ปี และเป็นสถานที่ที่พระเยซูอธิษฐานกับสาวก ก่อนที่จะถูกพวกทหารโรมันจับตัวไป จากนั้นนำท่านเข้าชมในตัวโบสถ์นานาชาติ (Church of all Nations) ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่พระเยซูทรงคุกเข่าอธิษฐาน ก่อนถูกทหารโรมันจับตัวไป
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังจากนั้น นำท่านเดินทางสู่ภูเขาไซออน (Mount Zion) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของภูเขาโอลีฟในเยรูซาเล็ม ซึ่งมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เมืองของเดวิด (City of David) จากนั้นนำท่านไปชม โบสถ์ไก่ขัน (St. Peter in Gallicantu) ซึ่งเป็นภาษาลาติน ในอดีตเป็นบ้านของปุโรหิตคายาฟาส ที่เป็นหัวหน้าสมณะในยุคของพระเยซูที่ถูกตัดสินฯ และเป็นสถานที่ที่ปีเตอร์ปฏิเสธพระเยซูก่อนไก่ขัน 3 ครั้ง (Before the cock crows thrice) จากนั้นนำท่านไปชมสุสานกษัตริย์เดวิด (King David’s Tomb) และ ห้องอาหารมื้อสุดท้าย (Room of Last Supper) ที่พระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวกก่อนที่จะถูกจับตัวไป จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองอีน คาเร็ม (Ein Karem) ที่มีความหมายว่า น้ำธรรมชาติสำหรับไร่องุ่น อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเยรูซาเล็ม และเป็นเมืองที่มีความสำคัญรองลงมาจากเบธเลเฮ็ม คือ เมืองที่จอห์นแห่งแบพติสเกิดและนอกจากนั้นก็ยังมีโบสถ์วิหารที่มีความสำคัญหลายแห่งสำหรับผู้ที่เป็นชาว คริสเตียน ให้ท่านได้ชมอนุสรณ์สถานยาด วาเช็ม (Yad Vashem) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชาวยิวที่เสียชีวิตในระหว่างสงครามโลก รูปภาพต่างๆ ที่ถ่ายจากค่ายกักกันต่างๆ ในยุโรป แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของทหารนาซี ในความพยายามทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของชนชาติยิว ซึ่งเป็นชนชาติของพระเจ้า ทำให้ตระหนักถึงพระสัญญาของพระเจ้าต่ออับราฮัมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO JERUSALEM หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

เจริโก้ – ภูเขาเทมพ์เทชั่น – เบธเลเฮม – โบสถ์แห่งการประสูติ – เยรูซาเลม – กำแพงร้องไห้ - ถนนเวีย โดโลโรซ่า - สุสานศักดิ์สิทธิ์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเจริโก้ (Jericho) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกในเขตเวสท์แบงค์ และอยู่ทางเหนือของทะเลสาบเดดซี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน ซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวอาหรับปาเลสไตน์ เจริโกได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในอดีตได้มีหลักฐานที่ถูกพบว่ามีคนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บริเวณนี้มาแล้วประมาณกว่า 9,000 ปีก่อนคริสตกาล จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ภูเขาเทมพ์เทชั่น (Mt. of Temptation) ซึ่งมีความสูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ณ สถานที่แห่งนี้จะมีถ้ำซึ่งเป็นที่ที่พระเยซู ได้เคยมานั่งวิปัสสนาและอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน และ 40 คืน ในระหว่างนั้นก็มีพวกซาตานมารบกวนพระองค์ นำท่านชมโบสถ์เทมพ์เทชั่น (Temptation Monastery) ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางลงจากเขา จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองเบธเลเฮม (Bethlehem) ซึ่งเป็นดินแดนที่เก่าแก่ และถูกครอบครองโดยพวกปาเลสไตน์ ตั้งอยู่ห่างจากเยรูซาเล็มทางตอนใต้ ประมาณ 10 กม. มีประชากรราว 30,000 คน ในอดีตเป็นบ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด (King David) ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองเยรูซาเล็ม และ เบธเลเฮม เชื่อกันโดยผู้นับถือคริสต์ศาสนาว่าเป็นที่ประสูติของพระเยซูแห่งนาซาเร็ธ และยังเป็นที่อยู่ของชุมชนคริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นำท่านเดินทางสู่โบสถ์แห่งการประสูติ (The Church of Nativity) โบสถ์ที่สร้างบนสถานที่ประสูติของพระเยซู ถูกสร้างโดย พระนางเฮเลน่า (Helena) ซึ่งเป็นพระมารดาของจักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ เป็นสถานที่ที่ถูกเก็บรักษาให้รอดพ้นจากการถูกทำลายจากผู้ครอบครองของหลายชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งประตูทางเข้าโบสถ์นี้จะเล็กกว่าปกติ และผิดสัดส่วนจากขนาดของตัวอาคาร เพราะว่าภายหลังดินแดนแห่งนี้ถูกครอบครองโดยพวกครูเสดก็ได้มีการต่อเติม และทำประตูให้มีขนาดเล็กลงสำหรับคนต้องก้มเดินเข้าไปได้เพียงคนเดียว เพื่อเป็นการป้องกันมิให้พวกโจรอาหรับขี่ม้าเข้ามาปล้น ภายในโบสถ์มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางเดินที่ประดับลวดลายของโมเสค และภาพสีน้ำมันตามผนังตลอดจนเพดาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังทุ่งหญ้าคนเลี้ยงแกะ (Shepherd’s Field) ที่ทูตสวรรค์มาบอกข่าวการประสูติของพระเยซูท่ามกลางคนเลี้ยงแกะที่ยากจนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นพวกแรกที่ได้รับข่าวการประสูตินี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองเยรูซาเลม (Jerusalem) เมืองที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัวทั้งชาวยิว,ชาวมุสลิม และ คริสเตียน ตั้งอยู่บนที่ราบของภูเขายูดาห์ (Judaean Mountains) ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลเดดซี เยรูซาเลมเป็นเมืองที่พระยาห์เวห์ (Yahweh) ทรงเลือกสรรไว้ให้เป็นป้อมแห่งความเชื่อถึงพระเป็นเจ้าแต่เพียงองค์เดียว เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอล นำท่านเดินทางสู่เมืองเก่าเยรูซาเลม (Old City) ให้ท่านได้ชมกำแพงร้องไห้ (Wailing Wall) ซึ่งเป็นกำแพงด้านตะวันตกของพระวิหารหลังที่สองที่เหลืออยู่หลังจากถูกพวกโรมันทำลาย ปัจจุบันชาวยิวทั่วโลกถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และโดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา จะมีชาวยิวมากมายเดินทางมาสวดมนต์ อธิษฐานร้องไห้คร่ำครวญกับพระเจ้าอย่างเนืองแน่น และจากลานหน้ากำแพงศักดิ์สิทธิ์นี้ จะมีทางเดินเลาะเลียบทางขวาที่ไต่ระดับสูงขึ้นไปสู่ภูเขาวิหาร(Temple Mount ) อันเป็นที่ตั้งของมหาวิหาร ที่ได้ถูกทำลายไปถึง 2 ครั้ง จะเหลืออยู่ก็แค่บางส่วนของกำแพง ซึ่งในปัจจุบันภูเขาวิหาร เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของศาสนาอิสลาม เพราะว่าในช่วงปี ค.ศ. 688 กาหลิบโอมาร์ ที่เป็นผู้นำชาวมุสลิม ได้นิมิตประหลาดว่าภูเขาวิหารนี้เป็นสถานที่ที่ศาสดาโมหะหมัดได้เสด็จสู่สวรรค์ โดยประทับยืนบนก้อนหินก้อนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเชื่อว่าเป็นก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ ส่วนชาวคริสต์เชื่อว่า พระเยซูได้ถูกซาตานนำมาประทับบนก้อนหินนี้ เพื่อให้ทอดพระเนตรนครเยรูซาเล็ม ในขณะที่จำศีลอดอาหาร และชาวยิวเชื่อว่า อับราฮัมได้นำลูกชายมาฆ่า เพื่อบูชาพระเจ้าบนก้อนหินก้อนนี้ ต่อมาจึงได้สร้างสุเหร่าไม้ขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ โดยคร่อมก้อนหินศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ ซึ่งเรียกว่า สุเหร่าแห่งโอมาร์ (Mosque of Omar) แต่ปัจจุบันนี้ได้ถูกสร้างเป็นสุเหร่าทรง 8 เหลี่ยมที่มีหลังคาทรงกลม ทำด้วยทองบริสุทธ์ 24 กระรัต โดยได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฮุสเซนแห่งจอร์แดน และมีชื่อเรียกว่า โดมแห่งหินผา (Dome of the Rock) และบริเวณผนังด้านในประดับด้วยโมเสคลวดลายงดงามมาก (ไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ ) จากนั้นนำท่านเดินเท้าไปตามถนนเวีย โดโลโรซ่า (Via Dolorosa) เป็นสถานที่ซึ่งทิ้งร่องรอยสุดท้ายของพระเยซูจากการถูกตรึงไม้กางเขน ซึ่งเป็นเส้นทางที่พระเยซูถูกไต่สวนที่ศาลปรีโทเรีย จนถูกบังคับให้แบกไม้กางเขนไปสู่โกลโกธา (Korakotha Mountain) และตรึงพระองค์ไว้บนไม้กางเขน ตามเส้นทางทั้งหมด 14 แห่ง จากนั้นนำท่านชม สุสานศักดิ์สิทธิ์ (Church of The Holy Sepulcher) ซึ่งในปัจจุบันเป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์ เป็นอุโมงค์ที่สกัดไว้ในศิลาที่ใช้เก็บพระศพของพระเยซูหลังจากเชิญพระศพลงมาจากไม้กางเขน ให้ท่านเดินทางเพื่อบรรลุถึงความทุกข์ทรมานของพระผู้เป็นเจ้า ถนนแห่งประวัติศาตร์นี้มีการค้นพบทางโบราณคดีตลอดหลายศตวรรษ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO JERUSALEM หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

เทล อาวีฟ – เมืองท่าโบราณจัฟฟา – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองเทล อาวีฟ (Tel Aviv) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศอิสราเอล มีประชากรอาศัยอยุ่ประมาณ 405,000 คน ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ พาณิชย์และการท่องเที่ยว เมืองเทลอาวีฟ ยังมีอีกชื่อนึงว่า เทล อาวีฟ-จัฟฟา เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1909 บนเขตพื้นที่รอบนอกของเมืองท่าโบราณจัฟฟา (Jaffa) ความเจริญของเทลอาวีฟได้ก้าวไปไกลกว่าเมืองจัฟฟาที่ในตอนนั้นเป็นของอาหรับอยู่ จนเทลอาวีฟและจัฟฟาถูกรวมเป็นเมืองเดียวกันในปี ค.ศ. 1950 สองปีหลังจากการก่อตั้งรัฐอิสราเอล นครสีขาวแห่งเทลอาวีฟได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกในปี 2003 ถือเป็นการรวมกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านชมเมืองเก่าจัฟฟา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่เก่าแก่ อายุกว่า 3,000 ปี ชื่อเดิมของเมืองนี้คือ ยาโฟ (Yafo) ในภาษาฮิบรูว์ แปลว่า สวยงาม ในประวัติศาสตร์เมืองนี้ถูกครอบครองมาหลายยุคหลายสมัยปัจจุบันรัฐอิสราเอลได้อนุรักษ์เมืองนี้ไว้ แล้วอนุญาตให้ศิลปิน พักอาศัย ทำงานสร้างสรรค์ และขายผลงานของตนเองแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ให้ท่านได้ชมหอนาฬิกา (The Clock Tower) ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมือง จัฟฟา เป็น 1 ใน 7 ของหอนาฬิกาที่ถูกสร้างโดยพวกออตโตมานที่เข้ามาปกครองในบริเวณนี้ ถูกสร้างขึ้น โดยสุลต่านอับดุล ฮามิด ที่ 2 ในราวปี ค.ศ.1900-1903 ส่วนที่เหลืออีก 6 แห่ง คือที่ ซาเฟ็ด, เอเคอร์, นาซาเรธ, ไฮฟา, นาบลุส และเยรูซาเล็ม ซึ่งทั้งหมดได้เสียหมด บนหอนาฬิกาเรือนนี้ยังใช้งานได้ดี และที่ด้านบนจะมีแผ่นหินสลักเป็นที่ระลึกถึงการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้เมืองนี้ในปี ค.ศ.1948
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
20.05 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (LY) เที่ยวบินที่ LY 083
** คณะออกเดินทางวันที่ 11-17 ก.พ. 63 และ วันที่ 19-25 มี.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 23.00 น. และ เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 15.00+1 เที่ยวบินที่ LY 081 **
** คณะออกเดินทางวันที่ 29 เม.ย. -05 พ.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 22.45 น. และ เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 14.00+1 เที่ยวบินที่ LY 081 **
วันที่ 7

กรุงเทพฯ

12.05 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
รายละเอียดและเงื่อนไข

เงื่อนไขการให้บริการ
1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่าภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาตยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่ รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ
ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง
หากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่าหรือยกเลิกการเดินทางโดยเหตุจำเป็น
ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นวีซ่า
1. การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณา ของสถานทูตง่ายขึ้น
2. กรณีท่านใดต้องใช้พาสปอร์ตเดินทาง ช่วงระหว่างยื่นวีซ่า หรือ ก่อนเดินทางกับทางบริษัท ท่านต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน ซึ่งบางสถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าที่ค่อนข้างนานและอาจไม่สามรถดึงเล่มออกมาระหว่างการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
3. สำหรับผู้เดินทางที่ศึกษาหรือทำงานอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอวีซ่าด้วยตนเองในประเทศที่ตนพำนักหรือศึกษาอยู่เท่านั้น
4. หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยนับวันเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ และกรุณาเตรียมหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้กับทางบริษัทด้วย เนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า และจำนวนหน้าหนังสือเดินทาง ต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
5. ท่านที่ใส่ปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออก หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ และพาสปอร์ต ถือเป็นหนังสือของทางราชการ ต้องไม่มีรอยฉีกขาด หรือ การขีดเขียน หรือ แต่งเติมใดๆ ในเล่ม

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น
กรณียกเลิกการเดินทาง
1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่าน ไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ
7. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
8. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัตและไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

เอกสารประกอบการขอวีซ่า(อิสราเอล)
การยื่นวีซ่า ท่านไม่ต้องมาแสดงตนที่สถานทูต

1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทางกลับ หนังสือเดินทางห้ามชำรุดหรือขีดเขียนใดๆ รวมทั้งการประทับตราอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องตราประทับ ตม. ประเทศต่างๆ ทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง
***(สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า จำเป็นต้องนำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)***

2. รูปถ่าย รูปถ่ายสี พื้นหลังสีขาวเท่านั้น หน้าตรง ขนาด กว้าง 5 ซม. สูง 5.5 ซม. ใบหน้า 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่รูปถ่าย(สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียด ใบหน้ากว้าง 3.5 ซม. สูง 5.5 ซม. จากคางถึงหน้าผาก) จำนวน 2 ใบ เป็นรูปที่ถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้น
ห้ามสวมแว่นตาหรือ เครื่องประดับ ,ต้องไม่เป็นรูปสติ๊กเกอร์รูปตามตัวอย่าง
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน/สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้าเคยเปลี่ยน) ทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะ

4. หลักฐานการเงิน
4.1 สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ส่วนตัวของผู้เดินทาง ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน ปรับยอดเงิน 15 วันก่อนวันนัดสัมภาษณ์
ยอดเงินสุดท้ายที่ลูกค้าอัพเดท 15 วันก่อนยื่น ต้องมียอดเงินที่ครอบคลุมค่าทัวร์ด้วยนะคะ *****
*** ไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และฝากประจำ ***
• หากมีการต่อเล่มจากสมุดเล่มเก่า กรุณาถ่ายสำเนามาทั้ง 2 เล่ม
• หากในสำเนาบัญชีบุ๊คแบ๊งค์ของลูกค้ามีการแสดงยอดเงินไม่ครบ 6 เดือนล่าสุด (เดือนต่อเนื่องด้วยนะคะ) แนะนำให้ขอเป็น STATEMENT จากทางธนาคารเท่านั้นไม่สามารถใช้เป็น E-Statement จาก Application มือถือหรือ เว๊บไซต์ธนาคาร พร้อมปรับยอดเงิน 15 วันก่อนยื่นเอกสารวีซ่ากับสถานทูต

4.2 หากต้องรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลอื่นในคณะ ต้องทำเป็นหนังสือรับรองค่าใช้จ่าย
(BANK GUARANTEE) ที่ออกจากทางธนาคารเท่านั้น ระบุชื่อเจ้าของบัญชี และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้โดยชัดเจนฉบับภาษาอังกฤษ ต้องสะกดชื่อ-สกุลให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต

5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
- กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องมีอายุ 1 เดือนก่อนยื่นวีซ่า ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
- กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย
- กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่(สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอมและต้องมีอายุ 1 เดือนก่อนยื่นวีซ่า) ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต

6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
- หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
- หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
- หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
- กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ

7. ท่านไม่จำเป็นต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกอย่างให้ท่านเซ็นเฉพาะ แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าเท่านั้น

1.ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3.ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
4.ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
ลูกค้าท่านใดสนใจ ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้
เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8.ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
9.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
10.ค่าวีซ่าเข้าประเทศอิสราเอล

1.  ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 กก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น  (30 USD)
6.  ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (21 USD)